“ ไพ่ ” เกิดขึ้นมาได้อย่างไรเคยสงสัยกันหรือเปล่า?

ถ้าใครติดตาม gambasrad จะเห็นว่าบทความก่อนหน้านี้เราพูดถึงเรื่องของเกมกำถั่วที่หลายคนน่าจะเคยเล่นในบ่อน คาสิโน หรือ คาสิโนออนไลน์ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เล่าความเป็นมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณให้ทุกคนได้รับทราบ แต่สำหรับใครที่พึ่งเริ่มติดตามเราและสนใจเรื่องเกมกำถั่วก็หาอ่านได้เลยในเว็บของเรานะคะ

แต่สำหรับวันนี้เราก็มาในแนวทางเดียวกันอีกเหมือนเดิมนั่นก็คือประวัติความเป็นมาของ “ ไพ่ ” ที่ปัจจุบันนี้เรานำไปใช้เป็นอุปกรณ์ในการเล่นพนันเกมต่างๆ อาทิ ป๊อกเด้ง บาคาร่า แบล็คแจ็ค หรืออื่นๆที่เราเคยเล่นกันมา ซึ่งเยอะแยะมากมายหลากหลายเกมที่มนุษย์อย่างเราๆจะดัดแปลงคิดค้นตั้งกฎขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นล้อมวงกันเล่นเพื่อกินตังหรือเพื่อความสนุกสนานก็ตาม

ฉะนั้นการที่เรานำสิ่งของที่เรียกว่าไพ่ขึ้นมาเล่น เราเคยเกิดความสงสัยหรือไม่ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นคนคิดค้น แต่ละใบแต่ละแบบมีความแตกต่างของความหมายว่าอะไรบ้าง ซึ่งถ้าใครสงสัยและอยากรู้คำตอบตามเรามาเลยค่ะ

ประวัติความเป็นมาของ ไพ่ ( Crad )

แรกเริ่มเดิมทีว่ากันว่าเจ้า ไพ่ หรือ Crad มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน จากนั้นก็ถูกแพร่หลายอย่างต่อเนื่อง มีการกระจายตัวไปตามเส้นทางการค้าขายและเริ่มเข้ามาในเมืองใหญ่ๆหลายแห่งของยุโรป โดยลักษณะของไพ่ลวดลายรูปภาพต่างๆไม่เหมือนกับแบบปัจจุบัน

ซึ่งสมัยนั้นเป็นงานศิลป์ล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็น การวาด การตัด และลงสี “ทุกอย่างล้วนเป็นงานที่ทำด้วยมือ” ทำให้ไพ่มีราคาแพงมาก และการเล่นไพ่ก็ไม่แพร่หลาย จึงทำให้กระจุกตัวอยู่แต่กลุ่มเล็กๆของชนชั้นนำผู้มีอันจะกิน

สัญลักษณ์ ไพ่ ​Cardแต่กระนั้นโลกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวันจากที่ต้องทำด้วยมือทุกขั้นตอน ก็เปลี่ยนมาเป็นผลิตโดยโรงงานแทน และทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย จากนั้นการออกแบบลวดลายไพ่ก็ถูกเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใหม่ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เป็นสากลมากขึ้น

โดย นายเกิง โกเนอร์ (Gungoneur) ชาวฝรั่งเศส ได้เป็นผู้คิดค้นทำไพ่ป๊อกขึ้นมา เพื่อปรับให้เป็นสากลที่ทุกจำได้เข้าใจตรงกัน ก็คือมีหน้าไพ่ 4 หน้าเป็นไอคอน คือ 1.โพธิ์ดำ ♠  2.โพธิ์แดง ♠ 3.ข้าวหลามตัด ♦ 4.ดอกจิก ♣ จะคิดจำนวนของไพ่ป๊อกที่ใช้เล่นซึ่งมีจำนวน 52 ใบ ให้ตรงกับจำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี ซึ่งแนวคิดแบบนี้และผลิตขึ้นมาก็ได้ผลมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมันใช้ง่ายเข้าใจง่ายดูไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เป็นที่นิยมในแวดวงการพนันโดยสิ้นเชิง